6 วิธีการวาง Stop loss อย่างมีประสิทธิภาพ

6 วิธีการวาง Stop loss อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าการตั้ง Stop loss นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับที่วางไว้ ก็ต้องยอมตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ต่อ แต่การวางจุด Stop loss นั้น ควรวางอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับพฤติกรรมราคา เพื่อไม่ให้เกิดการลากกิน Stop loss (มักเกิดกับเทรดเดอร์วาง Stop loss ใกล้กับจุดเข้ามากเกินไป โดยราคาแกว่งตัวลงมาที่ Stop order และวิ่งกลับไปในทิศทางเดิม) และที่สำคัญไม่ควรวาง Stop loss มั่วๆ เพราะมิฉะนั้นจะเกิดการสับสนในการเทรดเกิดขึ้น ควรมีเหตุผลว่าในการวางจุดดังกล่าว และยึดมั่นในวิธีการนั้น

shutterstock_413665309

# Bollinger Bands : เหมาะกับเทรดเดอร์สไตล์ Trend-following โดย Bollinger Bands จะเป็นลักษณะการตั้ง Stop loss แบบ Trailing Stop มักใช้เส้นค่าเฉลี่ยตรงกลางเป็นจุดตัดขาดทุน เพราะการที่ราคาแกว่งตัวจากกรอบบนของ Bands ลงมากรอบล่างของ Bands แสดงถึงความอ่อนแอโมเมนตัมของราคา

bb stop loss

# เส้น Trend line : เป็นเครื่องมือที่นิยมกันอยู่แล้วในหมู่นักเทคนิค การทะลุเส้น Trend line นั้นเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม ทำให้เราสามารถนำจุดดังกล่าวเป็นจุด Stop loss ได้เช่นกัน แต่การตีเส้น Trend line นั้นค่อนข้างเป็นอะไรที่ Subjective (อัตนัย หรือ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง) ไม่ตายตัว เทรดเดอร์อาจต้องเจอกับการทะลุหลอกของเส้น Trend line อยู่บ่อยครั้ง จึงต้องอาศัยประสบการณ์ของตัวเทรดเดอร์เองเพื่อลากเส้น Trend line ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

trend line stop loss

# Fibonacci levels : ระดับตัวเลข Fibonacci ที่ใช้มีเป็นแนวรับ/แนวต้าน ในการจับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา โดยสามารถใช้บริเวณดังกล่าวเป็นจุด Stop loss ได้เช่นกัน เหมาะกับช่วง Sideway กับช่วงต้น Trend

Fibonacci stop loss

# Moving averages : เส้นค่าเฉลี่ยที่นิยมใช้เป็นจุด Stop loss ได้แก่ 50 , 100 ,200 วัน โดยวิเคราะห์ได้ถ้าหากราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าว แสดงถึงแนวโน้มอ่อนแอมีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม

# ATR : เป็นการตั้ง Stop loss ที่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด ณ ขณะนั้น โดยประเมินการความผันผวนของราคา ถ้าค่า ATR สูง แสดงถึงความผันผวนมาก การวาง Stop loss ก็ควรจะกว้างตาม และตรงกันข้าม ถ้า ATR มีค่าต่ำ แสดงถึงความผันผวนน้อย การวาง Stop loss ก็จะแคบ ซึ่งแปรผันตามสภาพตลาด

ATR stop loss

# Price patterns : เป็นตั้ง Stop loss ตามรูปแบบของราคาที่เทรด เช่นรูปแบบ H&S ก็จะเข้าเมื่อตอนราคาหลุดเส้น Neck line และ ตั้ง Stop loss เหนือบริเวณดังกล่าว แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ ราคามักลากไปกิน Stop loss ในช่วงดังกล่าวค่อนข้างบ่อย เพราะอาจเป็นการวางรูปแบบที่ชัดเจนนั้นเทรดเดอร์มือใหม่ส่วนมากมักจะวางบริเวณเดียวกัน ทำให้พวกรายใหญ่หรือเทรดเดอร์มืออาชีพลากขึ้นไปกินจุด Stop loss ดังกล่าวแล้วค่อยให้ราคากลับลงมา

ทีมงาน : thaiforexmoney.com

Post Author: admin