จุดขายทำกำไร

จุดขายทำกำไร

บทความที่ผ่านมาเราพูดถึงจุด Stop loss กันไปเยอะมากแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือ จุดขายทำกำไร เทรดเดอร์หลายคนหาจุดเข้าเป็น แต่หาจุดออกไม่เป็น ไม่รู้จะไปขายตรงไหน เริ่มต้นเรามาดูความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายกำไรของเทรดเดอร์กันก่อนดีกว่า

# ตั้งจุดทำกำไรจากการสุ่ม : ส่วนมากเทรดเดอร์มักกำหนดเป้าหมายจาก Stop loss หรือ จากตัวเลขที่ตัวเองพึงพอใจซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ จุดทำกำไรที่ดีควรมาจากภาพที่คุณเทรดอยู่ ไม่ใช่ไปเอาจุดไหนก็ได้ตามอำเภอใจ

# เมื่อราคาใกล้ถึงเป้าหมาย : จำเป็นไหมที่ทุกครั้งต้องรอให้ราคาถึงเป้าหมายของเราแล้วถึงจะออก ซึ่งหลายครั้งที่เทรดเดอร์ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ราคาใกล้ถึงเป้าหมาย แต่กลับอ่อนตัวแล้ววกกลับ เมื่อเจอกับเหตุการณ์นี้ถ้าเทรดเดอร์พิจารณาแล้วว่า พฤติกรรมราคานั้นอ่อนแรงไปต่อไม่ไหว แนะนำให้ออกไปก่อนจะดีกว่า ที่ไปหวังให้มันขึ้นทดสอบเป้าหมายแต่แรกของเรา เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของราคาเกิดขึ้นได้ตลอดshutterstock_147533285 (1)

# ไม่คำนึงถึง Downside risk : สิ่งที่แรกที่เทรดเดอร์คำนวณพิจารณาก่อนหาจุดขายทำกำไร คือ การมองหาความเสี่ยงการลงก่อน สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเทรด ควรรักษาเงินทุนก่อนที่จะแสวงหากำไร

# คุณสามารถเจ๊งจากการขายทำกำไรได้เช่นกัน : หากวิธีการขายทำกำไรของคุณนั้นผิด เช่น เทรดเดอร์ที่ชอบขายทำกำไรเร็วๆ กินกำไรเพียงเล็กน้อย เพราะกลัวกำไรที่เกิดขึ้นอยู่จะหายไป สิ่งนี้จะเป็นตัวค่อยๆ ทำลายพอร์ตของคุณ

หลักในการตั้งจุดขายทำกำไรมีอยู่ 2 แบบ คือ

1) แบบยืดหยุ่น : ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด

2) แบบคงที่ : ยึดตามแผนที่วางไว้

เครื่องมือที่จะมีใช้หาจุดทำกำไร

# แนวรับ/แนวต้าน : พิจารณาถึงแนวรับ/แนวต้าน ที่สำคัญๆ เนื่องจากเทรดเดอร์ส่วนมากมักจะดูบริเวณดังกล่าวกันค่อนข้างเยอะ ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ซึ่งสามารถนำมาเป็นจุดขายทำกำไรได้ โดยปกติมักจะวางออเดอร์ขายก่อนที่ราคาจะถึงบริเวณดังกล่าว

major support and resistance

# Fibonacci : หนึ่งเครื่องมือที่เทรดเดอร์มักใช้กันวัดเป้าหมายของราคา โดยลำดับที่ 138 หรือ 161 ของ Fibonacci extensions ที่ราคามักแกว่งตัวไปถึงบริเวณดังกล่าว

Fibonacci Extansion

# ATR : เป็นการกำหนดเป้าหมายการทำกำไรที่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด ถ้าตลาดผันผวนเป้าหมายการทำกำไรก็จะกว้าง แต่หากตลาดนิ่งๆ เป้าหมายการทำกำไรที่อาจจะแคบลง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่ปรับตัวให้เหมาะกับสภาพตลาด

# Bollinger Bands : ในช่วงที่ราคาเป็น Trend มักจะไต่ตัวตามกรอบของ Bollinger แต่ถ้าโมเมนตัมของราคาเริ่มหมดแรงราคาจะกลับเข้ามาวิ่งใน Band ไม่ไต่กรอบของ Bollinger อีกต่อไป ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ว่าแนวโน้มนั้นใกล้จบ

bollinger bands

# Moving averages : ในช่วงแนวโน้มขาขึ้น ราคาจะแกว่งตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยตลอดแนวโน้มนั้น และถ้าหากราคากลับลงมาแกว่งตัวใต้เส้นค่าเฉลี่ยนั้น จะเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มกำลังเปลี่ยน ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นจุดขายทำกำไรได้เช่นกัน

Moving Average

# Price action : พวกรูปแบบราคาต่างๆ เช่น Head and shoulder , Triangle , Cup with handle อะไรพวกนี้สามารถใช้วัดเป้าหมายของราคาได้เช่นเดียวกัน

ทีมงาน : thaiforexmoney.com

Post Author: admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *