อย่าคาดหวัง

เป็นที่รู้กันดีของเหล่าเทรดเดอร์มืออาชีพที่ว่า “เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากการเทรดของเราได้เลย” ซึ่งสิ่งนี้อาจฟังดูค่อนข้างขัดหูสำหรับมือใหม่ เพราะว่ามือใหม่ส่วนมากมักชอบตั้งเป้าหมายในการเทรดของตัวเองว่าต้องให้ได้ หรือที่มักเรียกกันว่า Return-based โดยมักกำหนดกำไรต่อเดือนที่ 10% บ้าง 20% บ้าง … ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์ของการเทรดเป็นเรื่องของอนาคต มันไม่มีใครควบคุมได้ แต่สิ่งที่เทรดเดอร์ควบคุมได้คือ “ความเสี่ยง” หรือถ้าให้เห็นภาพคือ จุดตัดขาดทุน, Size การเทรด สิ่งเหล่านี้เทรดเดอร์ควบคุมได้ ซึ่งเทรดเดอร์มืออาชีพมักจะกำหนดเป้าหมายเป็นความเสี่ยงแทนที่จะเป็นผลตอบแทน หรือที่เรียกกันว่า Risk-based       เทรดเดอร์มืออาชีพจะสนแค่ว่า เปิดความเสี่ยงแค่ไหนถึงจะทำให้พอร์ตเราไม่แตก … เพราะทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงคิดอย่างนั้นรู้ไหมครับ ก็เพราะว่า หัวใจสำคัญของการเทรดคือ “เงินทุน” ถ้าวันไหนเราเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เราไปเปิด Short ราคาทองคำไว้ คิดว่าตรงนั้นมันสูงแล้ว สัญญาณทางเทคนิคบอกว่าจะลงค่อนข้างแน่นอน แต่! อยู่ดีๆ เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้น ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงอย่างมาก ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง เทรดเดอร์ที่เปิดสถานะ Short ไว้โดยปราศจากการควบคุมความเสี่ยงที่ดี ไม่มี Stop loss […]

หลีกเลี่ยงการคาดหวังผลตอบแทนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

เมื่อเข้ามาในตลาดใหม่ๆ หลายคนมักตั้งเป้าหมายในการเทรดให้กับตัวเองว่า แต่ละเดือนเราต้องทำกำไรกี่เปอร์เซ็น หรือแต่ละปีพอร์ตเราต้องโตเท่าไหร่ ซึ่งทุกคนต้องเคยเป็นเช่นนี้ครับ แต่อยากให้เข้าใจว่าการเทรดนั้นก็เหมือนการประกอบอาชีพอื่นๆ เช่น นักกีฬาฟุตบอล , ทนายความ , นักบัญชี , นักแสดง ,นักร้อง และอื่นๆ ซึ่งทุกอาชีพต้องอาศัยประสบการณ์ อาศัยการเรียนรู้ บ่มความสามารถจนถึงจุดๆนึง ถึงจะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเทรดก็เช่นเดียวกัน มันเป็นไปได้ยากที่มือใหม่ที่พึ่งจะเข้ามาในตลาด แล้วจะสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องตั้งแต่เริ่ม เราต้องมีความรู้ในระดับหนึ่งก่อน และประสบการณ์ที่คอยสอนเรา จนเราสามารถประคองตัวเองสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกว่าจะถึงระดับนั้นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1 ปีเป็นอย่างต่ำ     การเริ่มต้นเข้ามาเทรดในช่วงแรกนั้นอย่าพึ่งไปโฟกัสที่ผลตอบแทนในอนาคตที่จะเกิดขึ้น ให้มาโฟกัสที่กระบวนการการเรียนรู้ก่อน เก็บประสบการณ์ให้เยอะที่สุด และสิ่งสำคัญคือต้องทำอย่างไรก็ได้ไม่ได้พอร์ตเราแตกในระหว่างนี้ เพราะว่าอาชีพเทรดเดอร์นั้นมีเครื่องมือทำมาหากินคือ “เงิน” ถ้าไม่หากเงินเราหมด เราก็จะไม่มีเงินไปหาเงิน ดังนั้น ในช่วงแรกให้รักษาเงินต้นไว้ให้ได้ก่อน เทรดอย่างไรก็ได้ให้เงินต้นไม่หาย แม้จะไม่กำไรในปีแรกๆ ไม่เป็นไร ขอแค่เงินต้นไม่หายก็ถือว่าประสบความสำเร็จกว่ามือใหม่ทั่วไปมากๆแล้วครับ เราจะสามารถเทรดไปด้วย เรียนไปด้วยได้ จนวันหนึ่งเราสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องได้แล้ว เดี๋ยวกำไรจะมาเองครับ   ทีมงาน : thaiforexmoney.com

วิธีเร่งฝีมือการเทรดและกำไร

วิธีเร่งฝีมือการเทรดและกำไร “Trading journal” หรือ บันทึกการเทรด … หนึ่งสิ่งที่ทรงพลังในการเร่งพัฒนาความสามารถในการเทรดของเราให้อย่างก้าวกระโดด และข้ามไปสู่ในจุดที่สามารถทำกำไรได้อย่างมั่นคง เรามีวิธีการบันทึกการเทรดให้อย่างได้ผลดังนี้   จดทุกการเทรด : ไม่ว่าเราจะเทรดอะไรก็ตาม ให้จดการเทรดที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวันที่ , ออเดอร์ที่เปิด , ขนาด , แพ้ / ชนะ และอื่นๆ   จดเหตุผลว่าทำไมถึงเทรด : ทำไมเราถึงเปิด Long ทำไมเราถึงเปิด Short ทำไมต้องเป็นบริเวณนี้ ใช้กลยุทธ์ใดในการเทรด และอื่นๆ สิ่งพวกนี้เราต้องบันทึกลงไป ให้กลับมาทบทวนได้ว่า ถ้าเกิดการผิดพลาดเราจะได้รู้ว่าเราควรแก้ไขในส่วนใด   จดความรู้ในการเทรดลงไป : เราจะรู้ว่าอารมณ์ ณ ขณะเทรดตอนนั้นเราเป็นอย่างไร มั่นใจ , กลัว , ไม่แน่ใจ , เชยๆ หรือ อื่นๆ สิ่งพวกนี้จะเป็นตัวค่อยๆปรับเราเองว่า ถ้าไม่แน่ใจ ก็ไม่ควรเทรด […]

มักแพ้หลังจากชนะ

มักแพ้หลังจากชนะ เคยไหมที่หลังจากชนะการเทรดแล้ว เรามักเทรดแพ้ในไม่กี่ครั้งถัดมา ก็เพราะหลายครั้งที่เราชนะมาเกิดความหลงตัวเองว่าเก่ง ว่าแม่น แล้วก็เทรดตามใจตัวเอง โดยไม่ได้มีแผนอะไร สุดท้ายก็พัง นี่เป็นความมั่นใจแบบผิดๆ ที่เทรดเดอร์มือใหม่มักประสบเหตุการณ์ดังกล่าว   ถ้าว่าในทางวิทยาศาสตร์มันจะสารที่ชื่อว่า “Dopamine” หลังออกมาในสมองเวลาเราดีใจ ก็เวลาเราเทรดชนะนั่นแหละ เจ้าสารตัวนี้จะหลั่งออกมา จะทำให้เราเกิดภาวะที่ชื่อว่า Euphoria หรือดีใจอย่างสุดๆ จนทำให้เราขาดสติ นำไปสู่การ Overtrade , ไม่ทำตามวินัย และไปสู่หายนะ     วิธีการแก้ไขปัญหานี้คือ เราต้องทำตามแผนการเทรดอย่างเคร่งคัด อย่าให้อารมณ์มามีผลต่อการเทรดของเราอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดของอาชีพเทรดเดอร์ โดยต้องเข้าใจว่าการเทรดมีแพ้และชนะ การชนะติดต่อกันไม่ได้หมายความว่าเราเก่ง อาจเป็นเพียงความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นของตลาดเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มาจากความเก่งจริงๆของเรา ดังนั้นอย่าหลงระเริงการชนะอย่างเด็ดขาด เพราะมือใหม่ส่วนมากมักเป็นเช่นนี้ พอเทรดชนะเพียงไม่กี่ครั้ง ก็อยากเทรดอีก อยากรวยเร็วๆ ไปเพิ่ม Size ในการเทรด สุดท้ายกลับมาแพ้ แล้วก็ต้องมอบตัวออกจากตลาดไปในที่สุด   หากลยุทธ์เทรดของตัวเองให้เจอ ไม่ว่าจะเป็น Mean-reversion, Trend-following หรืออะไรก็แล้วแต่ขอให้มี Edge หรือสามารถชนะตลาดในระยะยาวได้ แล้วก็มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และสุดท้ายก็ต้องมีวินัยในการทำตามแผนที่เทรด […]

เป้าหมายของ All time high

เป้าหมายของ All time high เทรดเดอร์ที่เทรดสินค้าพวกดัชนี , หุ้น , หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ มักเจอการทำ All time high ของราคาสินค้านั้น ๆ ซึ่งปัญหาในการเทรดที่เกิดขึ้นคือ ถ้าเข้าซื้อไปแล้ว จะไปขายที่ตรงไหน ?? ปกติเรามักจะวางเป้าหมายการทำกำไรที่บริเวณแนวต้าน แต่เมื่อราคาทำ All time high มันจะไม่มีแนวต้าAน หรือเรียกแบบชาวบ้านว่า ข้างบนโล่ง … คำถามคือ แล้วเราจะไปขายทำกำไรที่ไหนดี ?   มันมีวิธีการทาง Technical ที่สามารถมาช่วยหาเป้าหมายการกำไรในช่วง All time high ได้เช่นเดียวกัน โดยหลักๆ มีอยู่ 3 วิธีได้แก่   วัดระยะจากการ Pullback             เมื่อราคาทะลุทำ New high เราสามารถวัดเป้าหมายการขึ้นได้โดยวัดการระยะทางการ Pullback ของรอบที่ผ่านมา (การย่อตัวก่อนขึ้น) […]

เทรด Time frame ไหนดี

เทรด Time frame ไหนดี   เป็นคำถามที่เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนมักชอบถามกัน มันมี Time frame ให้เราเลือกเทรดตั้งหลาย Time frame ตั้งแต่ราย 5 นาที , 10 นาที , 15 นาที , 30 นาที , 1 ชั่วโมง , 4 ชั่วโมง , รายวัน , รายสัปดาห์ และรายเดือน ตกลงเราควรเทรด Time frame ไหนดีที่สุด ซึ่งคำตอบนี้ต้องบอกเลยว่า ไม่มี Time frame ไหนดีที่สุด มันขึ้นอยู่กับตัวเองเทรดเดอร์เองว่าตัวเองเหมาะสมกับ Time frame ไหน Time frame ไหนเทรดแล้วรู้สึกสบายที่สุด นั่นแหละคือคำตอบ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองชอบ Time frame […]

Mental stops

Mental stops     วิธีการกำหนด Stop losses นั้นมีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับตัวเทรดเดอร์ว่าจะเลือกใช้วิธีไหน วิธีไหนมันเหมาะสมกับนิสัยของตัวเทรดเดอร์คนนั้น ซึ่งต้องบอกว่ามันใช้ได้หมด ยกเว้น! วิธีหนึ่งที่มีกูรูบางท่านนำเสมอในการ Stop losses ที่เรียกกันว่า “Mental stops” หรือถ้าแปลเป็นก็ประมาณ ตัดขาดทุนในด้านจิตใจ คือ ถ้าผิดทางจนตัวเลขขาดทุนเรารับไม่ได้ ให้เราตัดขาดทุนมันออกไป ซึ่ง Mental stops นี้ส่วนตัว “ไม่เห็นด้วย” อย่างยิ่ง ก็เพราะว่า การที่เราทำอย่างนั้น มันหมายความว่าเราไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้วางแผนการเทรดไว้แต่แรก และที่สำคัญเลยการตัดขาดทุนโดยไร้เหตุผล ไม่ต่างอะไรจากการเทรดมั่วๆ เพราะว่ามันมาจากความคิดเราเอง ตลาดไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความคิดเราเลย แต่สมมติเรากำหนด Stop loss จากแนวรับ แนวต้าน อันนี้ยังมาจากราคาในอดีตของตลาด ซึ่งยังพอ Make sense หรือพวกเส้นค่าเฉลี่ยที่บางคนใช้เป็นจุด Stop loss อันนี้ก็มีที่มาจากราคาในอดีตของตลาดเช่นกัน แต่! การใช้ Mental stops มันไม่ได้มาจากตลาดเลย มันเป็นความคิดเราเอง […]

7 ข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง

7 ข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง   เราได้รวบรวมข้อผิดพลาดในการเทรดที่เทรดเดอร์ควรตระหนักเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะมันจะทำให้อาชีพการเทรดของเราพัง   1) เทรดโดยปราศจากแผนการเทรด    ไม่ต่างอะไรกับการขับรถโดยไร้จุดหมาย เราไม่มีวันถึงเป้าหมายได้เลย สักวันน้ำมันก็จะหมด ก็เหมือนกับการเทรด ถ้าเราไม่มีแผนการเทรด ไม่มีเป้าหมายการเทรด เราก็จะไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จในการเทรดได้เลย ดังนั้นเทรดเดอร์ก่อนที่จะเทรดทุกครั้งควรวางแผนในการเทรด ทั้งระยะสั้น และระยะยาว มันจะเป็นตัวช่วยนำทางเราว่าเราจะไปในทิศทางใด   2) Leverage มากเกินไป             การใช้ Leverage เป็นเหมือนดาบ 2 คม มันดีมากถ้าเราใช้มันอย่างเหมาะสม เราไม่ต้องวางเงินทุนเยอะ สามารถเทรดได้หลากหลาย แต่มันอันตรายมากเช่นกันถ้าเราใช้มันมากเกินไป     3) นั่งจ้องกราฟ            เมื่อเปิดสถานะไปแล้ว เทรดเดอร์หลายคนมักชอบนั่งลุ้นผลการเทรดของตัวเอง นั่งจ้องกราฟไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าการนั่งจ้องกราฟไม่ได้ช่วยให้การเทรดเราดีขึ้นเลย การนั่งจ้องของเราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของราคาได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราทำได้คือทำตามแผนของการเทรดของเรา รู้จุดเข้า รู้จุดออก ไม่จำเป็นต้องมีนั่งลุ้น เอาเวลาไปนั่งวางกลยุทธ์ดีกว่าที่จะมีนั่งอยู่หน้าจอโดยเปล่าประโยชน์   4)  รอไม่เป็น หลายคนเข้ามาในโลกการเทรดก็เพื่อจะหวังรวยเร็วๆ ไปเร่งมัน สุดท้ายก็มักตายไปในที่สุด […]

6 สิ่งที่มักทำพลาดในการเทรดตามแนวโน้ม

6 สิ่งที่มักทำพลาดในการเทรดตามแนวโน้ม   เข้าเร็วเกินไป – บ่อยครั้งที่เทรดเดอร์มักเข้าเทรดก่อนที่จะยืนยันแนวโน้มนั้นเกิดขึ้นจริงๆ มักรอไม่เป็น กลัวตกรถ แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่แนวโน้มที่เราคาดไว้แต่แรก ซึ่งการจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีนั้นควรมีสกิลรอให้เป็น เป็นหนึ่งทักษะที่มีค่ามากในการเทรด   ออกเร็วเกินไป – เทรดเดอร์ส่วนมากมักตกมีอารมณ์ต่อตามการเหวี่ยงขึ้นลงของราคา เวลาราคาเคลื่อนไหวตามที่คิดไว้ก็รู้สึกโลภ เวลาราคาเคลื่อนไหวไปในทางตรงกันข้ามก็รู้สึกกลัว ซึ่งพอกำไรหน่อยนึงราคาเกิดย่อตัว กลัวกำไรเป็นขาดทุนเลยออกไปก่อน สุดท้ายราคาก็วิ่งไปต่อ หรือพึ่งเปิดออเดอร์ไป ราคาเคลื่อนไหวไม่ได้ตามที่คิดไว้ ความกลัวเกิดขึ้นจึงปิดออเดอร์ไปก่อน สุดท้ายราคาก็วิ่งไปตามทิศทางที่คิดไว้ ซึ่งเราควรไปโฟกัสที่แผนการเทรดเรามากกว่า ว่าถ้าเครื่องมือของเรายังไม่มีสัญญาณให้ออกก็ไม่ต้องออก แต่ถ้าเครื่องมือของเราบอกให้ออก ก็ออก แค่นั้นเอง     ไม่ทำตามแผน – วางแผนอย่างไรมาก็เทรดตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้า อย่า! ละเลยแผนการเทรดเด็ดขาด สิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพเทรดเดอร์คือวินัยที่ทำตามแผนการเทรด   กลัวที่จะเปิดออเดอร์ – เมื่อเครื่องมือ หรือแผนการเทรดของราคาบอกถึงเวลาให้ Action แล้ว เราก็ควรทำตาม เชื่อมั่นในแผนของเราที่วางไว้ มือใหม่มักเกิดอาการกลัวนู้นกลัวนี่ สุดท้ายไม่ได้เปิดออเดอร์   ทำผิดพลาดซ้ำซ้อน – การผิดพลาดเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราเรียนรู้ ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ […]

4 กลยุทธ์การเทรดโดยใช้ Trend line

4 กลยุทธ์การเทรดโดยใช้ Trend line เครื่องมือสารพัดประโยชน์อย่าง Trend line ที่เหล่าเทรดเดอร์จำนวนมากนิยมใช้กัน เนื่องจากการใช้งานค่อนข้างง่าย และมีมิติการใช้งานที่หลากหลาย โดยเจ้า Trend line นั้นสามารถช่วยเราตรวจสอบดูว่าตลาดเป็นแนวโน้มอย่างไร ขาขึ้น , ขาลง หรือ Sideway ในแง่ของการตรวจสอบแนวโน้ม และยังสามารถหาอีกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มแต่ละช่วงนั้นเป็น Retracement หรือ Reversal ถ้ากล่าวง่ายๆคือราคาจะเป็นการ “ย่อตัว” หรือ “กลับตัว” นั่นเอง   ในที่นี้จะนำเสนอ 4 กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ Trend line ในการตัดสินใจ     ย่อตัวบนเส้นหลัก – ไปต่อ แบบ Aggressive เป็นการเทรดโดยใช้ Trend line แบบ Classic ที่สุด โดยในช่วง Bull market หรือตลาดขาขึ้น เราสามารถลากเส้น Uptrend […]